การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic) ในการผลิตไบโอดีเซล
ผมได้อ่านโฆษณาบนอินเทอร์เนตทราบว่ามีการใช้คลื่นสียงความถี่สูงช่วยให้ผลิตไบโอดีเซลได้ดีขึ้น โดยคนขายได้บอกว่าการใช้คลื่นสียงความถี่สูงทำให้ประหยัดเวลาซึ่งจากเดิมใช้ประมาณ 1 - 4 ชม. เหลือเพียง 30 วินาที ช่วยให้กลีเซอรอลแยกออกจากไบโอดีเซลได้เร็วขึ้นจากเดิมประมาณ 5 - 10 ชม. เหลือเพียงไม่เกิน 60 นาที ช่วยลดปริมาณโซเดียมไฮดรอกไซด์ลงกว่าครึ่งและเมทานอลที่ใช้ทำปฏิกิริยา รวมถึงช่วยเพิ่มความบริสุทธิ์ของกลีเซอรอลอีกด้วย รูปของเครื่องมือผลิตแบบต่อเนื่องแสดงด้านล่าง

พลังงานที่ใช้ในการผลิตขึ้นกับปริมาณไบโอดีเซลที่ต้องการผลิตตามตาราง
Flow Rate |
Required Power |
200 to 750L/hr |
1kW |
800 to 3000L/hr |
4kW |
3 to 12m³/hr |
16kW |
20 to 70m³/hr |
96kW |
200 to 700m³/hr |
992kW |
จากตารางจะเห็นว่ากำลังการผลิตสูงมากเพราะว่าเป็นการผลิตแบบต่อเนื่องในระดับอุตสาหกรรม น้ำมันพืชจะไหลผ่านเครื่องให้ความร้อน (สีแดง) ไปผสมกับเมทานอลที่ผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์จากนั้นไหลผ่าน Static mixer* (สีฟ้า) เข้าสู่ ultrasonic cavitations โดยให้อยู่ใน ultrasonic cavitations ประมาณ 5 - 30 วินาที ระบบจะถูกควบคุมความดันให้มีค่าประมาณ 3 บรรยากาศโดย Backpressure value** และไหลต่อไปยังท่อสำหรับทำปฏิกิริยาซึ่งออกแบบให้มี Retention time หรือระยะเวลาในการเกิดปฏิกิริยาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นของผสมทั้งหมดจะถูกปั๊มผ่าน Centrifugal เพื่อแยกกลีเซอรอลออกจากไบโอดีเซลและล้างไบโอดีเซลต่อไป
ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นเร็วกว่าการใช้ใบกวนธรรมดาเนื่องจากสารมีการผสมกันได้อย่างดี โดยสังเกตุได้จากปริมาณกลีเซอรอลที่เกิดขึ้นตามเวลาทั้งการใช้โซเดียมเมทอกไซด์และโพแทสเซียม-ไฮดรอกไซด์


สำหรับกระบวนการขนาดเล็กกำลังการผลิตประมาณ 60 - 70 ลิตรต่อวันก็มีรูปให้ดูตามรูปด้านล่าง
