ถาม :อยากทราบการทำนำมันมะพร้าว
ตอบ :การผลิตน้ำมันมะพร้าวเริ่มจากการกระเทาะกะลามาพร้าวเพื่อแยกเอาเนื้อมะพร้าวออก จากนั้นนำเนื้อมะพร้าวไปอบหรือตากแห้ง นำไปย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปบบีบด้วยเครื่องบบีบอัด น้ำมันมะพร้าวที่ได้จะมีเนื้อมะพร้าวบนอยู่จึงต้องผ่านการกรองอีกครั้ง น้ำมันมะพร้าวดิบที่ได้จะมีสีเข้มและมีกรดไขมันอิสระสูงมาก ถ้าจะนำไปใช้ทำไบโอดีเซลต้องผ่านปรับปรุงคุณภาพด้วยการทำปฏิกิริยากับเมทานอลโดยใช้กรดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา จากนั้นก็ทำปฏิกิริยากับเมทานอลอีกครั้งโดยใช้เบสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา รายละเอียดเรื่องการลดปริมาณกรดไขมันอ่านได้บนเวปครับ

ถาม :ผมได้ข้อมูลมาว่าเราสามารถกลั่นนำมันเคื่องที่ใช้แล้วเป็นไบโอดีเซลได้จริงหรือ
ตอบ :น้ำมันเครื่องใช้แล้วไม่สามารถนำมาทำเป็นไบโอดีเซลได้แน่นอนครับ เพราะว่าไบโอดีเซลต้องทำจากน้ำมันพืชและเเอลกอฮอล์เท่านั้นครับ น้ำมันเครื่องมีโครงสร้างทางเคมีแตกต่างจากน้ำมันพืชอย่างสิ้นเชิง น้ำมันพืชมีองค์ประกอบหลักเป็นไตรกลีเซอไรด์ซึ่งเป็นสารพวกเอสเทอร์โมเลกุลใหญ่ เมื่อทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์แล้วจำได้เอสเทอร์โมเลกุลเล็กที่ใช้เป็นไบโอดีเซล แต่น้ำมันเครื่องเป็นสารพวกไฮโดรคาร์บอนสายโซ่โมเลกุลยาวไม่สามารถเปลี่ยนเอสเทอร์ได้ครับ อย่างไรก็ตามน้ำมันเครื่องใช้แล้วสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงได้แต่ไม่ได้เรียกว่าไบโอดีเซล
การสลายโมเลกุลน้ำมันเครื่องด้วยความร้อนในที่อับอากาศ (pyrolysis) หรือใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาช่วย (Catalysis cracking) หรือใช้แก็สไฮโดรเจนช่วย (Hydrocracking) ทำให้สายโซ่ไฮโดรคาร์บอนของน้ำมันเครื่องสั้นลงเหลือเป็นน้ำมันแก็สโซลีนหรือน้ำมันดีเซล แต่น้ำมันที่ได้จากการสลายโมเลกุลน้ำมันเครื่องจะคล้ายกับน้ำมันดิบ กล่าวคือต้องกลั่นแยกออกเป็นส่วนๆ ให้เป็นน้ำมันแก็สโซลีน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เป็นต้น ไม่สามารถนำมาใช้ได้เลยเหมือนไบโอดีเซลครับ
(ขอขอบคุณคำถามจาก คุณสุเมธ)

ถาม :ผมได้อ่านวิธีการผลิตไบโอดีเซลแล้วน่าสนใจมากครับมีข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากครับคือ ที่ใช้วิธีการล้างด้วยกรดครับมีวิธีการอย่างไร ถ้าหากผมใช้โซดาไฟเป็นตัวเร่ง และกรณีเดียวกันแต่ผมใช้โปรเตรทเซียม จะมีวิธีการล้างอย่างไรครับช่วยให้ความกระจ่างด้วยครับ ขอบคุณครับ
ตอบ :การล้างไบโอดีเซลด้วยกรดไม่ว่าจะใช้โซดาไฟหรือโพเเทสเซียมไฮดรอกไซด์ทำเหมือนกันครับ คือใช้กรดกำมะถันผสมน้ำให้มีความเข้มข้นประมาณร้อยละ 1 โดยน้ำหนัก ถ้าเตรียมจากกรดกำมะถันเข้นข้นก็ใช้กรด 10 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร เพราะว่ากรดกำมะถันที่ขายในท้องตลาดมันเป็นกรดกำมะถันเข้นข้น (อันตรายมากๆ) สังเกตได้จากกรดจะข้นๆ และมีน้ำหนักมาก 20 ลิตรหนักเกือบ 40 กิโลกรัม หลังจากชั่งกรดแล้วให้ เทกรดลงน้ำช้าๆ และกวนด้วย อย่า เทน้ำใส่กรด เด็ดขาด เพราะกรดจะกระเด็นใส่ท่านได้ ใช้น้ำกรดล้างไบโอดีเซลเช่นเดียวกับน้ำธรรมดา อาจกวนด้วยใบพัดหรือฟองอากาศก็ได้ จากนั้นก็ให้ใช้น้ำธรรมดาล้างจนกว่า น้ำล้างจะมีค่าเป็นกลาง เช็คได้ด้วยกระดาษลิตมัสสีน้ำเงิน (จนกว่ากระดาษไม่เปลี่ยนเป็นสีแดง) เพราะว่าไบโอดีเซลที่ใช้กรดล้างนานเกินไปอาจมีค่ากรดเกินมาตรฐานครับ
(ขอขอบคุณคำถามจาก คุณกร)

ถาม :ผมอยากทราบว่าทำไม ในกระบวนการผลิตส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ methanol มากกว่า ethanol ครับ
ตอบ :กระบวนการผิดส่วนใหญนิยมใช้เมทานอลมากกว่าเอทานอลเพราะถ้าใช้เบสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแอลกอฮอล์ที่ใช้ต้องไม่มีน้ำผสมอยู่ หรือ เป็นเเอลกอฮอล์ 99%
แต่เอทานอลจะทำให้บริสุทธิ์ได้เเค่ 95% อีก 5% เป็นน้ำ ถ้าใช้การกลั่นธรรมดาเนื่องจากเอทานอล 95% + น้ำ 5% เป็น "ของผสมคงจุดเดือด" หรือ Azeotrope mixtue ที่มีองค์ประกอบของไอและของเหลวเท่ากันทำให้เมื่อก่อนเมทานอลมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับเอทานอลปราศจากน้ำแต่ในปัจจุบันบ้านเราผลิตเอทานอลปราศจากน้ำได้เองต้องลองเช็คราคาดูใหม่ครับนอกจากนี้ในเชิงเคมีเมทานอลเกิดปฏิกิริยาได้ดีกว่าเมทานอลเพราะโมเลกุลเล็กกว่าเอทานอล ทำให้เข้าทำปฏิกิริยาได้เร็วกว่าเมทานอลมีจุดเดือดต่ำกว่าเอทานอลทำให้ใช้พลังงานในการทำปฏิกิริยาและการกลั่นเเยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ต่ำกว่าเอทานอล
ส่วนการใช้เอทานอล 95% ผลิตไบโอดีเซลต้องใช้กระบวนการอื่นที่ไม่ใช่กระบวนการที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งก็มาการวิจัยกันอยู่ครับ
เนื่องเมทานอล (ตาบอด) มีความเป็นพิษมากกว่าเอทานอล (เมา) และบางประเทศรวมถึงบ้านเราสามารถผลิตเอทานอลปราศจากน้ำได้เอง
ปล. เอทานอลปราศจากน้ำ คือ เอทานอลที่ใช้ทำแก็สโซฮอล์ E ต่างๆ นั่นเเหละครับ
(ขอขอบคุณคำถามจาก คุณ Sniper)

ถาม : คือ ผมทราบเกี่ยวกับการเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการ Transesterification ในการผลิตไบโอดีเซล ช่วยให้คำตอบผมที่คับว่าจะใช้วิธีใดได้บ้างที่จะช่วยให้เราแยกกลีเซอร์รีนออกจากน้ำมันได้เร็วกว่าที่จะปล่อยให้มันแยกตัวเอง ส่งคำตอบผ่านทางเมลล์ผมได้เลยนะคับ ขอบคุณล่วงหน้าคับ
ตอบ :การช่วยให้กลีเซอรอลแยกออกจากไบโอดีเซลได้เร็วขึ้นมีหลายวิธี เช่น
1. การระเหยเมทานอลออกหลังจากทำปฏิกิริยาเสร็จ แต่ต้องเติมกรดลงไปทำปฏิกิริยากับเบสที่เป็นตัวเร่งฯ ก่อนระเหยเมทานอลเพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับสำหรับปริมาณกรดสามารถคำนวณได้จากปริมาณเบสที่ใส่เข้าไปเร่งปฏิกิริยา
2. การทำให้ระบบมีความเป็นกรดอ่อนๆ เนื่องจากกลีเซอรอลละลายได้ดีในสารละลายเบส ดังนั้นการเติมกรดเพื่อหยุดปฏิกิริยาควรเติมเกินจากจุดสมมูลเล็กน้อย
3. ออกแบบถังแยกกลีเซอรอลให้มีปากแคบๆ และความสูงมากๆ (น่าจะเรียกว่า "ท่อ" มากกว่า) ทำให้ไบโอดีเซลที่อยู่ด้านบนสุดของถังแยกออกจากกลีเซอรอลได้เร็ว ถ้าปล่อยให้ไบโอดีเซลผสมกับกลีเซอรอลไหลช้าๆ ตรงกลางถังแยก ไบโอดีเซลที่อยู่ด้านบนซึ่งแยกออกจากกลีเซอรอลแล้วจะค่อยๆ ล้นออกมา (แล้วไหลไปสู่ถังล้าง) สามารถทำให้เป็นระบบแบบต่อเนื่องได้ แต่ต้องออกแบบให้ดี
4. เครื่องมือที่ช่วงให้กลีเซอรอลแยกออกจากไบโอดีเซลได้เร็วมากขึ้น เรียกว่า  Disk separator ลอง Seach ดูใน google นะครับ แต่เครื่องมือชนิดนี้ราคาแพงเพราะมีความเร็วในการแยกสูงมาก ตัวเล็กสุดเเยกได้เป็นตันต่อชั่วโมง ทำให้เหมาะกับโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้น ถ้าทำเป็นโรงงานเล็ก ใช้วิธีต้นๆ ที่ผมเสนอดีกว่า 
(ขอขอบคุณคำถามจาก คุณปฏิพัทธ์)

ถาม : ถ้าหากว่าผมมีสวนปาล์มแล้วต้องการนำปาล์มที่ปลูกมาทำไบโอดีเซลได้หรืไม่ แล้วจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ต้องลงทุนเท่าเท่าไร แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ
ตอบ :การผลิตไบโอดีเซลโดยเริ่มจากผลปาล์มสด
สิ่งแรกที่ต้องมีคือเครื่องหีบน้ำมันซึ่งอาจใช้เเรงงานคนหรือเป็นเครื่องจักรสำเร็จรูป
ข้อมูลเรื่องเครื่องหีบน้ำมันผมไม่มีข้อมูลครับ รบกวนค้นหาเอง
น้ำมันที่หีบได้สดๆ จากผลปาล์มเป็นน้ำมันปาล์มดิบซึ่งจะมีกรดไขมันอิสระอยู่ประมาณร้อยละ 5
ปริมาณกรดไขมันขึ้นกับระยะเวลาการเก็บก๋อนนำมาหีบ ถ้าเก็บไว้นานปริมาณกรดไขมันอิสระจะเพิ่มขึ้นตามเวลา
การทำไบโอดีเซลจากปาล์มดิบต้องใช้กรดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาก่อนจากนั้นจึงใช้เบสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
ดังนั้นสิ่งที่ต้องใช้อีกก็คือเครื่องทำไบโอดีเซลซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ผมคงไม่สามารถอธิบายได้หมดในครั้งเดียว
หลังจากทำปฏิกิริยาแล้วจะมีเมทานอลเหลือ สิ่งที่ท่านควรจะมีคือ เครื่องกลั่นเพื่อนำเมทานอลกลับมาใช้ใหม่
สิ่งต่อไปที่ต้องมีคือ บ่อบำบัดน้ำเสียและการจัดการกับกลีเซลรอลดิบที่ได้
กลีเซอรอลทีได้จากปาล์มดิบค่อนข้างสกปรก การทำให้บริสุทธิ์เป็นเรื่องยากสำหรับโรงงานขนาดเล็ก
ทางเลือกหนึ่งซึ่งน่าสนใจคือใช้กลีเซอรอลดิบเป็นเชื้อเพลิงร่วมกับเศษปาล์มที่เหลือจากการหีบน้ำมันออกแล้ว
สิ่งสุดท้ายที่แนะนำให้มีคือ เตาเผากลีเซอรอลและทลายปาล์มเพื่อใช้เป็นพลังงานในสวนปาล์มของท่าน
สำหรับเรื่องเงินทุนก็ขึ้นกับว่าท่านจะผลิตวันละกี่ลิตร
ถ้าให้ประมาณการคร่าวๆ ถ้าผลิตวันละหลักร้อยก็ต้องใช้เงินหลายหมื่นมาลงทุน
และต้องมีการวิเคราะห์ทางการเงินอีก เช่น ได้กำไรวันละเท่าไหร่ จะคุ้มทุนเมื่อไหร่ อัตราผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารหรือไม่
สรุปว่า ถ้าจะทำให้ครบวงจรและยั่งยืน ต้องคิดกันหลายคนหลายตลบ ใช้ข้อมูลและเวลามากมายครับ แต่ก็น่าสนุกดี
(ขอขอบคุณคำถามจาก คุณนวพล)

คำถามเก่า >>>
  Link สนับสนุน
 


© 2007 -2008 BlackCatbiodiesel. All rights reserveds
http://BlackCatBiodiesel.com