เรียนท่านผู้อ่านทุกท่านว่ากระผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับพืชน้ำมันมากนักแต่เวปมาสเตอร์ต้องการให้ผมวิเคราะห์ว่าพืชน้ำมันชนิดไหนที่เหมาะกับการใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอดีเซลในประเทศของเรา ก่อนอื่นเราควรทราบก่อนว่าพืชน้ำมันชนิดใดที่สามารถผลิตน้ำมันได้มากที่สุดเมื่อปลูกในพื้นที่เท่ากัน จากเวปไซด์ http://journeytoforever.org/biodiesel_yield.html ซึ่งเป็นเวปไซด์เก่าแก่ (แต่ยังอัพเดท) เกี่ยวกับไบโอดีเซลกล่าวว่า ปาล์มน้ำมัน (Oil palm) สามารถผลิตน้ำมันได้ถึง 5000 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ หรือ 800 กิโลกรัมต่อไร่มากที่สุดในบรรดาพืชน้ำมันกว่า 30 ชนิดที่เจ้าของผลงานได้รวบรวมมา สำหรับพืชตัวอื่น เช่น มะพร้าว 361.6 กิโลกรัมต่อไร่ สบู่ดำ (Jatropha) 254.4 กิโลกรัมต่อไร่ ละหุ่ง (Castor bean) 190 กิโลกรัมต่อไร่ ดอกทานตะวัน 128 กิโลกรัมต่อไร่ และถั่วเหลือง 60 กิโลกรัมต่อไร่ มีกำลังการผลิตน้อยกว่าปาล์มน้ำมันมากอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นผู้เขียนได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ Fats and Oils: Formulating and Processing for Applications โดย Richard D. O'Brien หน้า 3 ซึ่งแสดงดังตาราง ( ตัดออกบางส่วน) พืชน้ำมัน ร้อยละน้ำมัน (% โดยน้ำหนัก) ผลได้น้ำมัน (kg/ เฮกตาร์) ผลได้น้ำมัน (kg/ ไร่) ถั่วเหลือง 18 - 20 450 - 506.3 72 - 81 ดอกทานตะวัน 35 - 45 517.6 - 663.8 82.8 - 106.2 มะพร้าว 65 - 68 731.3 - 978.8 117 - 156.6 ปาล์มน้ำมัน 45 - 50 3004.1 - 5006.8 480.6 - 801.1 เมล็ดในปาล์ม 45 - 50 300.4 - 500.7 48.1 - 80.1 ซึ่งจะเห็นว่าปาล์มน้ำมันยังคงมาเป็นที่ 1 แถมยังได้น้ำมันเมล็ดในปาล์มมาเพิ่มอีก แต่ตัวเลขน่าจะคลาดเคลื่อนจากเวปไซด์ http://journeytoforever.org/biodiesel_yield.html เนื่องจากตัวเลขในเวปไซด์ดังกล่าวไม่ได้แสดงที่มาผู้เขียนจึงไม่สามารถตามหาได้ แต่ตัวเลขจากหนังสือน่าเชื่อถือกว่าในสายตาของผู้เขียน ( หนังสือเล่มนี้สามารถอ่านออนไลน์ได้ที่ http://books.google.co.th) อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตน้ำมันต่อไร่ต่อปีไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจเลือกพืชน้ำมันและอาจไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดด้วย บางครั้งพืชน้ำมันที่มีผลผลิตต่ำกว่าแต่ใช้แรงงาน น้ำและปุ๋ยน้อยอาจดีกว่าพืชน้ำมันที่มีผลผลิตมาก ในบางพื้นที่พืชล้มลุกอาจเหมาะสมกว่าเพราะว่ามีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพืชยืนต้น เช่น ถ้าผมปลูกปาล์มน้ำมันแล้วมีพายุไซโคลนเข้ามาทุกอย่างต้องเริ่มใหม่ซึ่งต้องรออีกหลายปี แต่ถ้าปลูกถั่วเหลือก็ปลูกใหม่และรอเก็บเกี่ยว แต่ในทางกลับกันพืชที่มีผลผลิตต่ำอาจต้องทำฟาร์มขนาดใหญ่ซึ่งอาจใช้น้ำมันรถไถมากกว่าน้ำมันพืชที่ผลิตได้ก็ได้ นอกจากนี้การทำเกษตรกรรมโดยบุกรุกป่าที่อุดมสมบูรณ์น่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี พืชน้ำมันที่ใช้เป็นอาหารหากมีการแย่งไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงจะทำให้น้ำมันพืชมีราคาสูงขึ้นถ้ายังผลิตน้ำมันพืชได้เท่าเดิมดังเช่นปัจจุบัน แต่ถ้าผลิตน้ำมันพืชได้มากเกินไปราคาของผลผลิตทางการเกษตรก็ตกต่ำลงส่งผลให้เกษตกรต้องรับภาระหนักเช่นเดิมในอดีต (ราคาผลปาล์มสดและน้ำมันปาล์มดูได้ที่ สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร กรมการค้าภายใน http://agri.dit.go.th) นอกจากนี้การสำรวจและจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วจากครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมอย่างจริงจังเพื่อนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ไม่ต้องปลูกพืชน้ำมันมากขึ้น จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าผู้เขียนไม่สามารถตัดสินได้ว่าต้องปลูกพืชน้ำมันชนิดไหนเพราะพื้นที่ของแต่ละส่วนในประเทศไม่เหมือนกัน แต่ถ้าประเทศไทยต้องการเป็นอิสระทางด้านเชื้อเพลิงคือไม่ต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศคงเป็นความฝันที่ทุกคนต้องร่วมมือกันทำอย่างจริงจังและจริงใจต่อประเทศ เกษตรกรพัฒนาการปลูกพืชจากวิธีดั้งเดิม นักวิชาการเกษตรหาวิธีเพิ่มผลผลิตต่อไร่และวิจัยว่าพื้นที่ใดเหมาะกับพืชชนิดไหน รัฐบาลจัดสรรพื้นที่รกร้างไม่ได้ใช้งานเพื่อใช้ปลูกพืชน้ำมันหรือพืชพลังงานอื่นๆ เกษตรกรจะได้ไม่ต้องบุกรุกพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์เจ้าของโรงงานหีบน้ำมันปาล์มเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อทำให้ต้นทุนน้ำมันปาล์มถูกลง ประชาชนทุกคนใช้น้ำมัน (และพลังงานอย่างอื่น) อย่างประหยัดและเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วมา รีไซเคิลไม่ใช่เททิ้งท่อระบายน้ำ
เรียนท่านผู้อ่านทุกท่านว่ากระผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับพืชน้ำมันมากนักแต่เวปมาสเตอร์ต้องการให้ผมวิเคราะห์ว่าพืชน้ำมันชนิดไหนที่เหมาะกับการใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอดีเซลในประเทศของเรา ก่อนอื่นเราควรทราบก่อนว่าพืชน้ำมันชนิดใดที่สามารถผลิตน้ำมันได้มากที่สุดเมื่อปลูกในพื้นที่เท่ากัน จากเวปไซด์ http://journeytoforever.org/biodiesel_yield.html ซึ่งเป็นเวปไซด์เก่าแก่ (แต่ยังอัพเดท) เกี่ยวกับไบโอดีเซลกล่าวว่า ปาล์มน้ำมัน (Oil palm) สามารถผลิตน้ำมันได้ถึง 5000 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ หรือ 800 กิโลกรัมต่อไร่มากที่สุดในบรรดาพืชน้ำมันกว่า 30 ชนิดที่เจ้าของผลงานได้รวบรวมมา สำหรับพืชตัวอื่น เช่น มะพร้าว 361.6 กิโลกรัมต่อไร่ สบู่ดำ (Jatropha) 254.4 กิโลกรัมต่อไร่ ละหุ่ง (Castor bean) 190 กิโลกรัมต่อไร่ ดอกทานตะวัน 128 กิโลกรัมต่อไร่ และถั่วเหลือง 60 กิโลกรัมต่อไร่ มีกำลังการผลิตน้อยกว่าปาล์มน้ำมันมากอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นผู้เขียนได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ Fats and Oils: Formulating and Processing for Applications โดย Richard D. O'Brien หน้า 3 ซึ่งแสดงดังตาราง ( ตัดออกบางส่วน)
พืชน้ำมัน
ร้อยละน้ำมัน (% โดยน้ำหนัก)
ผลได้น้ำมัน (kg/ เฮกตาร์)
ผลได้น้ำมัน (kg/ ไร่)
ถั่วเหลือง
18 - 20
450 - 506.3
72 - 81
ดอกทานตะวัน
35 - 45
517.6 - 663.8
82.8 - 106.2
มะพร้าว
65 - 68
731.3 - 978.8
117 - 156.6
ปาล์มน้ำมัน
45 - 50
3004.1 - 5006.8
480.6 - 801.1
เมล็ดในปาล์ม
300.4 - 500.7
48.1 - 80.1
© 2007 -2008 BlackCatbiodiesel. All rights reserveds http://BlackCatBiodiesel.com